6 เรื่องแปลก สุดเซอร์ไพรส์ ใน facebook 0-*
posted on 21 Apr 2010 22:06 by allaboutwomenสำหรับเครือข่ายสังคมออนไลน์ที่ได้ย่นย่อโลกทั้งใบมาไว้เพียงแค่ปลายนิ้วมือ รวมทั้งโลกส่วนตัวของแต่ละคนที่ดูเหมือนจะกลายเป็นกระแส ‘เรื่องส่วนตัวในโลกสาธารณะ' ที่ทุกอย่างจะถูกนำมาแชร์กันผ่านFacebook กันอย่างหมดเปลือกมากขึ้น ความเป็นบุคคลสาธารณะ แม้จะไม่ได้เป็นซูเปอร์สตาร์หรือเซเลบริตี้ ชื่อดัง กลายเป็นเรื่องธรรมดาไปเสียแล้วสำหรับสังคมโลกไซเบอร์ยุคนี้ ถ้าอย่างนั้นคุณพร้อมหรือยังที่จะเจอ เรื่องสุดเซอร์ไพรส์ในชีวิต ที่เกิดจากผลพวงของสังคมเครือข่ายออนไลน์บน Facebook เหมือนคนเหล่านี้
สาวเหวอ! ถูกขโมยรูปที่โพสต์บน Facebook
1..2..3..ยิ้มหน่อย!! นาทีแห่งความสุขของครอบครัวมิสซูรี่ (Missouri)ที่โพสต์รูปถ่ายของพวกเขาไว้ตอนช่วงคริสต์มาสเป็นอนุสรณ์แห่งความทรงจำที่ดีที่ครอบครัวนี้ต้องการแบ่งปันให้กับเพื่อนๆ ของเขาบนFacebook ได้เห็น แต่มันไม่ได้อยู่แค่เพียงหน้าส่วนตัวบน Facebook ของพวกเขาเทา่ นนั้ หากแตภาพแหง่ ความสุของครอบครัวนไี้ด้โชว์หราบนแผ่นปา้ยโฆษณาขนาดยักษ์ที่ร้านขายอาหารแห่งหนึ่งในกรุงปราก รูปถ่ายนี้ของพวกเขาได้กลายมาเป็นภาพโฆษณาที่ไม่ได้มีการขออนุญาตจากเจ้าของภาพเลยแม้แต่น้อย เจ้าของร้านค้าแห่งนี้ มาริโอ เบอร์ทุกซิโอ บอกว่า เขาได้นำภาพนี้มาจากอินเตอร์เน็ต และเขาก็ไม่รู้เลยว่ามันเป็นภาพของครอบครัวที่มีอยู่จริงๆ
ชวดเงินหลายล้านบาท เพราะภาพบนชายหาดภาพเดียว
นาตาลี แบรนชาร์ด เป็นสาว Facebook ที่โชคร้ายที่สุดในรอบปีที่ผ่านมาก็ว่าได้ เพราะบริษัทประกันที่เธอเป็นลูกค้าอยู่ปฏิเสธที่จะให้เงินค่าประกันรายเดือนที่เคยให้เธอตลอด 1 ปีครึ่งที่ผ่านมา เนื่องจากเธอเป็นโรคซึมเศร้า ทำให้เธอต้องออกจากงานที่บริษัทไอบีเอ็มที่โบรมองต์ ทั้งนี้เป็นเพราะทางบริษัทประกันพบว่า นาตาลีได้โพสต์รูปถ่ายขณะที่เธอกำลังสนุกสนานอยู่บนชายหาดแห่งหนึ่ง และกำลังเริงร่าอยู่ในปาร์ตี้วันเกิดของเธอเองอย่างมีความสุข ดังนั้นบริษัทประกันก็เลยคาดว่า เธอหายป่วยเป็นโรคซึมเศร้าแล้วจึงงดการจ่ายเงินประกันและสิทธิที่เธอควรจะได้รับขณะป่วย งานนี้ไม่รู้ว่านาตาลีจะป่วยเป็นโรคซึมเศร้าหนักกว่าเดิมอีกหรือเปล่า
เจ้าบ่าวอัพเดทหน้า Facebook ขณะกำลังทำพิธี
‘เจ้าบ่าวจะรับเจ้าสาวเป็นภรรยาตลอดชีวิตหรือไม่' ขณะที่บาทหลวงกำลังถามคำถามสำคัญที่สุดในชีวิตกับคนที่เป็นเจ้าบ่าวในงานแต่งงาน ขณะที่เจ้าบ่าวคือ นายดานา ฮันน่า นักพัฒนาซอฟต์แวร์ ได้ใช้มือถือของเขาพิมพ์อัพเดทสถานภาพของตัวเองบน Facebook และ Twitter อยู่อย่างขะมักเขม้น ข่าวไม่ได้บอกว่า งานนี้เจ้าสาวของเขามีปฏิกิริยาอย่างไร แต่ดูแล้วน่าจะเป็นสัญญาณเริ่มต้นของการแต่งงานที่ค่อนข้างอึมครึมซะแล้ว
ภรรยาถูกสามีประกาศเลิกผ่านทาง Facebook
การบอกเลิกกันเป็นเรื่องที่ยากเย็นแสนเข็ญเอาการสำหรับคู่สามีภรรยาที่อยู่กินกันมานาน แต่การบอกเลิกผ่านทางอินเตอร์เน็ตนั้นดูจะเป็นการกระทำที่เกินไปสักหน่อย เอ็มม่า แบรดดีย์ หญิงสาววัย 35 ปี ช็อก เมื่อเธอได้เห็นสามีโพสต์บนอินเตอร์เน็ตว่า ‘เนล แบรดลีย์ ได้จบชีวิตแต่งงานกับ เอ็มม่า แบรดลีย์ แล้ว' เอ็มม่าบอกว่า เธอไม่รู้จริงๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ จนกระทั่งเพื่อนซี้ของเธอที่อยู่ในเดนมาร์กโทรมาเช็กว่าเธอโอเคอยู่หรือเปล่า หลังจากเพื่อนของเธอเห็นโพสต์นี้ก่อนเธอ อดีตสามีตัวดีคือ เนล แบรดลีย์ที่ขณะนี้กำลังอาศัยอยู่กับแม่ของเขาได้โพสต์เพิ่มเติมว่า ‘ในที่สุดผมก็สิ้นสุดกับเธอซะที'
1 ในล้าน หนุ่มสาวชื่อ-นามสกุลเดียวกัน แต่งงานกันเพราะ Facebook
อะไรมันช่างบังเอิญอย่างนั้นสำหรับคู่รักคู่นี้ มันคงไม่ใช่เรื่องประหลาดสำหรับรักแรกพบบนออนไลน์ ถ้าพวกเขาไม่ได้มีชื่อและนามสกุลเหมือนกันเด๊ะ! ฝ่ายชายชื่อเคลลี่ ฮิลแบรนดท์ พบสาวสุดน่ารักจากฟลอริดาชื่อ เคลลี่ ฮิลแบรนดท์ และพวกเขาทั้งคู่กำลังจะเข้าพิธีแต่งงานด้วยกัน คู่รักบุพเพคู่นี้พบกันได้เมื่อเคลลี่ฝ่ายหญิง เกิดนึกสงสัยว่า จะมีใครชื่อเดียวกันกับเจ้าหล่อนบ้างบน Facebook ก็เลยเซิร์ชหาคนที่มีชื่อนี้ปรากฏว่า ชื่อของเคลลี่ฝ่ายชายก็ปรากฏขึ้นเป็นชื่อเดียว พร้อมรูปภาพที่ไม่ได้ใส่เสื้อของเคลลี่ชายที่โพสต์ไว้ เธอก็เลยคิด ‘โอ้ เขาน่ารักดีนะ' แล้วเธอก็เลยเกิดอยากจะเซย์ไฮนิยายรักออนไลน์ของหนุ่มสาวคู่นี้ก็เริ่มขึ้นอีก 8 เดือนต่อมาจนกระทั่งแฮปปี้เอ็นดิ่งในที่สุด
เด็กหญิงวัย 13 มีเซ็กซ์กับผู้ชายแปลกหน้าที่พบบน Facebook และซ่อนเขาไว้ในตู้เสื้อผ้า
เกิดอาการช็อกซีนีม่าขึ้น สำหรับคุณแม่ของเด็กสาววัย 13 เมื่อคนเป็นแม่เปิดประตูตู้เสื้อผ้าของลูกสาว แต่สิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้ากลายเป็นเด็กผู้ชายอายุ 19 ซ่อนอยู่ในตู้เสื้อผ้านั่นเอง ลูกสาววัยรุ่นยอมรับว่า เธอได้มีเซ็กซ์กับผู้ชายคนนี้หลังจากที่พบกับเขาบน Facebook และซ่อนเขาไว้ในตู้เสื้อผ้าเป็นเวลา 2 วัน คุณแม่ของเด็กสาวแจ้งความกับตำรวจทันที ผลก็คือ เฟสบุ๊ค โรมิโอ ก็ได้ถูกขังคุกโทษฐานกระทำชำเราผู้เยาว์นั่นเอง
ขอขอบคุณ : นิตยสาร Woman Plus

#1 By ...BLACK...LIVE... on 2010-04-21 22:28